Database นาย คิรากร ไทยใหม่

ภาษาคอมพิวเตอร์

       1. ภาษาเครื่อง (Machine Language) เป็นภาษาที่เกิดขึ้นในยุคแรกสุด และเป็นภาษาเดียวที่เครื่องคอมพิวเตอร์จะสามารถเข้าใจคำสั่งได้ ภาษาเครื่องจะแทนข้อมูลหรือคำสั่งในโปรแกรมด้วยกลุ่มของตัวเลข 0 และ 1 หรือที่เรียกว่าเลขฐานสอง ซึ่งจะสัมพันธ์กับการเปิด (On) และการปิด (Off) ของสัญญาณไฟฟ้าภายในเครื่องคอมพิวเตอร์

      2. ภาษาแอสแซมบลี (Assembly Language) เป็น ภาษาที่มีการใช้สัญลักษณ์ข้อความ (Mnemonic codes) แทนกลุ่มของเลขฐานสอง เพื่อให้ง่ายต่อการเขียนและการจดจำมากกว่าภาษาเครื่อง แต่เนื่องจากคอมพิวเตอร์รู้จักเฉพาะภาษาเครื่องเท่านั้น ดังนั้นภาษาแอสแซมบลี จึงต้องใช้ตัวแปลภาษาที่เรียกว่า “แอสแซมเบลอร์ (Assembler)” เพื่อแปลคำสั่งภาษาแอสแซมบลีให้เป็นภาษาเครื่อง นอกจากนี้ผู้ที่จะเขียนโปรแกรมภาษาแอสแซมบลี ได้จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของฮาร์ดแวร์เป็นอย่างดีเนื่องจากต้อง ยุ่งเกี่ยวกับการใช้งานหน่วยความจำที่เป็นรีจิสเตอร์ภายในตลอด ดังนั้นจึงเหมาะกับงานที่ต้องการความเร็วในการทำงานสูง ถึงแม้ว่าภาษานี้จะง่ายกว่าการเขียนภาษาเครื่อง แต่ก็ยังถือว่าเป็นภาษาชั้นต่ำที่ยังยากต่อการเขียนและการเรียนรู้มากสำหรับ ผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านฮาร์ดแวร์นัก

       3. ภาษาชั้นสูง (High-level Language) เรียกอีกอย่างว่าภาษารุ่นที่ 3 (3rd Generation Languages หรือ 3GLs) เป็นภาษาที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้สามารถเขียนและอ่านโปรแกรมได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมีลักษณะเหมือนภาษาอังกฤษทั่วๆ ไป และที่สำคัญคือ ผู้เขียนโปรแกรมไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับระบบฮาร์ดแวร์ ตัวอย่างของภาษาประเภทนี้ ได้แก่ ภาษาฟอร์แทน (FORTRAN) โคบอล (COBOL) เบสิก (BASIC) ปาสคาล (PASCAL) ซี (C) เอดา (ADA) เป็นต้น อย่างไรก็ตามโปรแกรมที่ถูกเขียนด้วยภาษาประเภทนี้จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อมีการ แปลงให้เป็นภาษาเครื่องเสียก่อน ซึ่งวิธีการแปลงภาษาชั้นสูงให้เป็นภาษาเครื่องนั้น จะทำได้โดยใช้โปรแกรมที่เรียกว่า “คอมไพล์เลอร์ (Compiler)” หรือ “อินเตอร์พรีเตอร์ (Interpreter)” อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยภาษาชั้นสูงแต่ละภาษาจะมีตัวแปลภาษาเฉพาะเป็นของตนเองใช้แทนกันไม่ได้

      3.1 คอมไพเลอร์ จะ ทำการแปลโปรแกรมทั้งโปรแกรมให้เป็นภาษาเครื่องทีเดียวการแปลนี้จะเป็นการ ตรวจสอบไวยากรณ์ของภาษา ถ้ามีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ของภาษาเกิดขึ้น (Syntax error) ก็จะแจ้งให้ทราบ เป็นข้อความไดแอคนอสติค (Diagnostic Message) เพื่อให้ผู้เขียนโปรแกรมแก้ไขให้ถูกต้อง แล้วจึงค่อยแปลคำสั่งใหม่ โปรแกรมที่ยังไม่ผ่านการแปลจะเรียกว่า Source Program หรือ Source module แต่ถ้าผ่านการแปลเรียบร้อยแล้วและไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ จะเรียกโปรแกรมส่วนนี้ว่า Object Program หรือ Object module ออปเจกต์โปรแกรมนี้จะยังไม่สามารถทำงานได้ จะต้องผ่านลิงค์ (Link) หรือรวมเข้ากับไลบรารี่ (Library) ของระบบก่อนจึงจะเป็นโปรแกรมที่สามารถทำงานได้หรือเป็นภาษาเครื่องที่เรียก ว่า เอ็กซ์ซีคิวท์โปรแกรม (Execute Program) หรือ โหลดโมดูล (Load module) ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะเป็นไฟล์ที่มีนามสกุลเป็น .exe หรือ .com และสามารถนำโปรแกรมนี้ไปใช้งานได้ตลอดโดยไม่ต้องแปลใหม่อีก แต่ถ้ามีการแก้ไขโปรแกรมแม้เพียงเล็กน้อยก็จะต้องทำการแปลใหม่ตั้งแต่ต้น

        3.2 อินเตอร์พรีเตอร์ เป็น ตัวแปลภาษาที่จะทำการแปลโปรแกรมภาษาชั้นสูงทีละคำสั่งให้เป็นภาษาเครื่องและ ทำการ Execute หรือทำงานคำสั่งนั้นทันทีทันใดก่อนที่จะทำการแปลในบรรทัดถัดไป ถ้าในระหว่างการแปลเกิดพบข้อผิดพลาดที่บรรทัดใดก็จะฟ้อง ให้ทำการแก้ไขทีละบรรทัดนั้นทันที อินเตอร์พรีเตอร์นี้เมื่อโปรแกรมเสร็จแล้วจะไม่สามารถเก็บเป็น Execute Program ได้ซึ่งต่างกับคอมไพเลอร์ ดังนั้นเมื่อจะเรียกใช้งานหรือรันโปรแกรมก็จะต้องทำการแปลโปรแกรมใหม่ทุก ครั้ง ดังนั้นเมื่อจะเรียกใช้งาน Execute Program คอมไพเลอร์ ย่อมจะทำงานได้เร็วกว่าการเรียกใช้งานโปรแกรมที่ต้องผ่านการแปลด้วยอินเตอร์ พรีเตอร์แต่ประโยชน์ของภาษาที่ถูกแปลด้วย อินเตอร์พรีเตอร์คือโปรแกรมจะมีโครงสร้างที่ง่ายต่อการพัฒนาตัวอย่างของภาษา โปรแกรมที่มีการใช้อินเตอร์พรีเตอร์ เป็นตัวแปลภาษาได้แก่ ภาษาเบสิก ภาษาเพิร์ล เป็นต้น

       4. ภาษาชั้นสูงมาก (Very high-level Language) เรียกได้อีกอย่างว่าภาษาในรุ่นที่ 4 (4GLs: Fourth Generation Languages) ภาษานี้เป็นภาษาที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าภาษารุ่นที่ 3 มีลักษณะของภาษาในรุ่นที่เป็นธรรมชาติคล้ายๆ กับภาษาพูดของมนุษย์จะช่วย ในเรื่องของการสร้างแบบฟอร์มบนหน้าจอเพื่อจัดการเกี่ยวกับข้อมูล รวมไปถึงการออกรายงาน ซึ่งจะมีการจัดการที่ง่ายมากไม่ยุ่งยากเหมือนภาษารุ่นที่ 3 ตัวอย่างของภาษาในรุ่นที่ 4 ได้แก่ Informix-4GL, Focus, Sybase, InGres เป็นต้น

        5. ภาษาธรรมชาติ (Natural Language) เป็น ภาษาในยุคที่ 5 ที่มีรูปแบบเป็นแบบ Nonprocedural เช่นเดียวกับภาษารุ่นที่ 4 ภาษา ธรรมชาตินี้ ถูกสร้างขึ้นมาจากเทคโนโลยีทางด้านระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert System) ซึ่งเป็นงานที่อยู่ในสาขาปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ในการที่พยายามทำให้คอมพิวเตอร์เปรียบเสมือนกับเป็นผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่ง ที่สามารถคิดและตัดสินใจได้เช่นเดียวกับมนุษย์ การที่เรียกว่าภาษาธรรมชาติ เพราะมนุษย์สามารถใช้ภาษาพูดป้อนเข้าไปในคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง ซึ่งอาจมีรูปแบบที่ไม่แน่นอนตายตัว แล้วคอมพิวเตอร์ก็จะแปลคำสั่งเหล่านั้น ให้อยู่ในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ ถ้าคำถามใดไม่กระจ่างก็จะมีการถามกลับเพื่อให้เข้าใจคำถาม เมื่อเข้าใจคำถามแล้วคอมพิวเตอร์ก็จะสามารถตอบคำถามของมนุษย์ได้อย่างถูก ต้อง พร้อมทั้งมีข้อแนะนำต่างๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจของมนุษย์ได้อีกด้วย

 

 

 

คำศัพท์และระบบฐานข้อมูล

 

 

วัตถุประสงค์

1.เพื่อให้ผู้ศึกษาเข้าความหมายของข้อมูล และระบบฐานข้อมูล

2.เพื่อให้ผู้ศึกษาเกิดความเข้าใจ และสามารถอธิบายความสำคัญของฐานข้อมูลได้

3.เพื่อให้ผู้ศึกษาสามารถอธิบายหน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูลได้

 

1. ข้อมูล

ข้อมูล (Data) หมายถึงข้อเท็จจริง หรือข่าวสารที่เราสนใจ ซึ่งสามารถมาได้จากหลายๆ แหล่ง และแสดงในหลายรูปแบบ เช่น เป็นตัวเลข ภาพ เสียง ตัวอักษร

ตาราง 1.1 คำที่ใช้เรียกข้อมูลในทางคอมพิวเตอร์

ตัวเลข

Numeric

ตัวอักษร

Text

เสียง

Sound

ภาพ

Image

 

2. ข้อมูลในทางคอมพิวเตอร์

ในทางคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจะหมายถึงข้อมูลดิบ (Raw Data) ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงในรูปแบบต่างๆ ที่ยังไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เนื่องจากยังไม่ผ่านกระบวนการสังเคราะห์ หรือประมวลผล

 

3. งานที่เหมาะกับการประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์

งาน หรือกิจกรรมที่เหมาะต่อการประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ มีลักษณะดังนี้

             1.งานที่มีปริมาณมาก

2.งานที่ต้องการความเร็วในการประมวลผล

3. งานที่ต้องการความถูกต้องสูง

4. งานที่ต้องการความละเอียดสูง

5.งานที่มีขั้นตอนซับซ้อน

6.งานที่ต้องมีการคำนวณซับซ้อน

4. ข้อสนเทศ

ข้อสนเทศ (Information) คือข้อมูลที่ผ่านกระบวนการประมวลผลแล้ว ทำให้สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ได้ โดยปกติข้อสนเทศหนึ่งๆ จะใช้เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะเท่านั้น

 

 
   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

5. ศัพท์พื้นฐานเกี่ยวกับข้อมูล

ตาราง 1.2 คำศัพท์เกี่ยวกับข้อมูล

Bit (บิต)

คือหน่วยของข้อมูลที่เล็กที่สุดสำหรับคอมพิวเตอร์

Byte (ไบต์)

คือข้อมูลจำนวน 8 บิตรวมเข้าด้วยกัน

Field (ฟิลด์)

หมายถึงข้อมูลที่เกิดจากอักขระหลายๆ ตัวมารวมกัน แล้วได้ความหมายแทนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

Record (เรคอร์ด)

เรคคอร์ด หรือระเบียน คือข้อมูลหลายๆ ฟิลด์มารวมกัน

File (ไฟล์)

ไฟล์หรือแฟ้มข้อมูลเป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มของข้อมูลที่รวมเข้าด้วยกัน

 

แบบฝึกหัดบทที่ 1

ตอนที่ 1
1.ความหมายของคำว่า “เทคโนโลยี” (Technology) คือ
หมายถึง สิ่งที่มนุษย์พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ
2.ความหมายของคำว่า “สารสนเทศ” (Information) คือ

หมายถึง ข่าวสารที่ได้จากการนำข้อมูลดิบ (Raw data) จากแหล่งต่าง ๆนำมาคำนวณทางสถิติผ่านกระบวนกา3.ประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
3.ความหมายของคำว่า “เทคโนโลยีสารสนเทศ” (Information Technology) คือ

หมายถึงการประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาจัดการสารสนเทศที่ต้องการโดยอาศัยเครื่องมือทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ

4.ความหมายของคำว่า “เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์” คือ
หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือที่สำคัญ ในการเก็บบันทึกข้อมูล การประมวลผลข้อมูล ตลอดจนการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ได้สารสนเทศตามที่ต้องการ
5.ความหมายของคำว่า  “เทคโนโลยีการสื่อการและ โทรคมนานคม” คือ
การช่วยให้การเผยแพร่และแลกเปลี่ยนสารสนเทศง่ายมากยิ่งขึ้น สามารถกระจายข่าวได้รวดเร็ว ถูกต้อง ครบถ้วนและทันเหตุการณ์
6.องค์ประกอบเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่
1.เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ 2. เทคโนโลยีสื่อสารสารสนเทศ
7.ตัวอย่าประโยชน์ที่ได้รับจากการนำเทคโนโลยีเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในองค์กร  คือ
1.ช่วยเพอิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพในการทำงาน

2. ช่วยจัดระบบสารสนเทศที่มีอยู่ให้เป็นระเบียบ 3. ช่วยให้การสื่อสารมีความรวดเร็ว 4. สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีแบบอื่นได้ 5. ทำให้มีการกระจายโอกาสการเรียนรู้ 6. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสารสนเทศ 7ช่วยลดบุคลากรในการประมวลผลและผลิตสานสนเทศ 8. ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
8.ตัวอย่างโปรแกรมระบบประปฏิบัติการ (อย่างน้อย 3 โปรแกรม) ได้แก่
– โปรแกรมระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ (UNIX) – โปรแกรมระบบปฏิบัติการ (DOS) – โปรแกรมระบบปฏิบัติการ Windows XP
9.ยกตัวอย่างแนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต คือ
ช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
10.ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อสิ่งแวดล้อม คือ
ใช้เทคโนโลยีในการเก็บข้อมูล เช่น ใช้ภาพถ่ายทางอากาศจากดาวเทียมตรวจสอบการถูกทำลาย

สิ้นสุดการสนทนา

 

 

ตอนที่ 2
1
. ข้อใดคือความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ง ถูกทุกข้อ
2. ข้อใดคือกระบวนการดำเนินงานสารสนเทศ
ง ไม่มีข้อถูก
3. ข้อใด ไม่ใช่ อุปกรณ์ที่ใช้ประมวลผล
ง ถูกทั้งข้อ ข และ ค
4. อุปกรณ์ใดที่ใช้สำหรับทำสำเนา

ง ถูกทั้งข้อ ก และ ข้อ ค
5. การสื่อสารโทรคมนาคมหมายถึงข้อใด
ง ถูกทุกข้อ
6. เครื่องมือที่สำคัญ ในการเก็บบันทึกข้อมูลและการประมวลผลข้อมูล
ง สารสนเทศ
7. ข้อใดทำให้สังคมยุคเกษตรกรรมเปลี่ยนมาเป็นยุคอุตสาหกรรมและยุคของข้อมูลข่าวสาร
ก เทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคม
8. ข้อใดคือผลกระทบของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้านลบ
ง ถูกทกข้อ
9. กระทรวงไอซีทีมีชื่อเต็มว่าอย่างไร
ก กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
10. ข้อใดคือหน้าที่ของกระทรวงไอซีที
ค ถูกทั้งข้อ ก และ ข

 

ตอนที่ 1
1.ความหมายของคำว่า “เทคโนโลยี” (Technology) คือ
หมายถึง สิ่งที่มนุษย์พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ
2.ความหมายของคำว่า “สารสนเทศ” (Information) คือ

หมายถึง ข่าวสารที่ได้จากการนำข้อมูลดิบ (Raw data) จากแหล่งต่าง ๆนำมาคำนวณทางสถิติผ่านกระบวนกา3.ประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
3.ความหมายของคำว่า “เทคโนโลยีสารสนเทศ” (Information Technology) คือ

หมายถึงการประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาจัดการสารสนเทศที่ต้องการโดยอาศัยเครื่องมือทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ

4.ความหมายของคำว่า “เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์” คือ
หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือที่สำคัญ ในการเก็บบันทึกข้อมูล การประมวลผลข้อมูล ตลอดจนการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ได้สารสนเทศตามที่ต้องการ
5.ความหมายของคำว่า  “เทคโนโลยีการสื่อการและ โทรคมนานคม” คือ
การช่วยให้การเผยแพร่และแลกเปลี่ยนสารสนเทศง่ายมากยิ่งขึ้น สามารถกระจายข่าวได้รวดเร็ว ถูกต้อง ครบถ้วนและทันเหตุการณ์
6.องค์ประกอบเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่
1.เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ 2. เทคโนโลยีสื่อสารสารสนเทศ
7.ตัวอย่าประโยชน์ที่ได้รับจากการนำเทคโนโลยีเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในองค์กร  คือ
1.ช่วยเพอิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพในการทำงาน

2. ช่วยจัดระบบสารสนเทศที่มีอยู่ให้เป็นระเบียบ 3. ช่วยให้การสื่อสารมีความรวดเร็ว 4. สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีแบบอื่นได้ 5. ทำให้มีการกระจายโอกาสการเรียนรู้ 6. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสารสนเทศ 7ช่วยลดบุคลากรในการประมวลผลและผลิตสานสนเทศ 8. ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
8.ตัวอย่างโปรแกรมระบบประปฏิบัติการ (อย่างน้อย 3 โปรแกรม) ได้แก่
– โปรแกรมระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ (UNIX) – โปรแกรมระบบปฏิบัติการ (DOS) – โปรแกรมระบบปฏิบัติการ Windows XP
9.ยกตัวอย่างแนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต คือ
ช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
10.ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อสิ่งแวดล้อม คือ
ใช้เทคโนโลยีในการเก็บข้อมูล เช่น ใช้ภาพถ่ายทางอากาศจากดาวเทียมตรวจสอบการถูกทำลาย

สิ้นสุดการสนทนา

 

 

ตอนที่ 2
1
. ข้อใดคือความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ง ถูกทุกข้อ
2. ข้อใดคือกระบวนการดำเนินงานสารสนเทศ
ง ไม่มีข้อถูก
3. ข้อใด ไม่ใช่ อุปกรณ์ที่ใช้ประมวลผล
ง ถูกทั้งข้อ ข และ ค
4. อุปกรณ์ใดที่ใช้สำหรับทำสำเนา

ง ถูกทั้งข้อ ก และ ข้อ ค
5. การสื่อสารโทรคมนาคมหมายถึงข้อใด
ง ถูกทุกข้อ
6. เครื่องมือที่สำคัญ ในการเก็บบันทึกข้อมูลและการประมวลผลข้อมูล
ง สารสนเทศ
7. ข้อใดทำให้สังคมยุคเกษตรกรรมเปลี่ยนมาเป็นยุคอุตสาหกรรมและยุคของข้อมูลข่าวสาร
ก เทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคม
8. ข้อใดคือผลกระทบของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้านลบ
ง ถูกทกข้อ
9. กระทรวงไอซีทีมีชื่อเต็มว่าอย่างไร
ก กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
10. ข้อใดคือหน้าที่ของกระทรวงไอซีที
ค ถูกทั้งข้อ ก และ ข

 

 

 

 

 

ความหมายและบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ

ใบงานที่1

ความหมายและบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ

1.ช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  สังคมปัจจุบันเป็นสังคมที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา  จึงต้องนำเอาเทคโนโลยีระบบสื่อสารมาประยุกต์ใช้กับเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ  เช่น  ควบคุมการ เปิดปิดไฟฟ้าในบ้านผ่านโทรศพท์  ควบคุมระบบปรับอากาศ   ตรว จสอบหมายเลขเรียกเข้าของโทรศัพท์ภายในบ้าน  เป็นต้น

2.ช่วยทำให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคมเทคโนโลยีสารสนเทศที่กระจายไปทั่วทุกแห่งทำให้ทุกคนที่สนใจ มีโอกาสในการเรียนที่เทียมกัน เช่น ระบบการเรียนการสอนในทางไกล ระบบอินเทอร์เน็ตตำบล ช่วยให้เกษตรกรรู้ความเคลื่อนไหวของราคาผลผลิตในแต่ล่ะวัน

3.ประโยชน์ต่อการเรียนการสอนในโรงเรียน ระบบคอมพิวเตอร์มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายการศึกษาต่างๆ เช่น ระบบเครือข่ายของกระทรวงศึกษาธิการ ระบบเครือข่ายเนคเทด ทำให้ค้นหาข้อมูลต่างๆ ในการเรียนการสอนได้สะดวก และเกิดการเปลี่ยนแปลงความรู้และประสบการณ์กัน

4.ประโยนช์ต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรทางธรรมชาตฺหลายอย่าง เช่น ป่า เขา แม่น้ำ และทะเลถูกทำลายไปโดยฝีมือมนุษย์มากมาย ในการดูแลและบำรุงรักษาต้องใช้เทคโนโลยีการเก็บข้อมูล

5.ประโยชน์ต่อการป้องกันประเทศ อาวุธที่ใช่ในการทหารยุคใหม่ เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น เช่น จรวดที่สามารถวิ่งเข้าหาเป้าหมายได้อย่างอัตโนมัติ ระบบการเฝ้าระวังการถูกรุกรานที่ควบคุมการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

 

 

 

 

 

ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศ

การนำเทคโนโลยีสารนิเทศมาใช้กับสังคมสารนิเทศใน ปัจจุบันก่อให้เกิดการสื่อสารและการใช้ประโยชน์ จากสารนิเทศได้อย่างเต็มที่  และมีประสิทธิภาพ  ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารนิเทศมีดังต่อไปนี้ คือ

1. ช่วยให้ติดต่อสื่อสารระหว่างกันอย่างสะดวกรวดเร็ว โดยใช้โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์หรือในรูปของ สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ

2. ช่วยในการจัดระบบข่าวสารจำนวนมหาศาล ซึ่งผลิตออกมาในแต่ละวัน

3. ช่วยให้เก็บสารนิเทศไว้ในรูปที่สามารถเรียกใช้ได้ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างสะดวก

4. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสารนิเทศ เช่น ช่วยนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร ด้วยการช่วยคำนวณตัวเลขที่ยุ่งยาก ซับซ้อนซึ่งไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ด้วยมือ

 5. ช่วยให้สามารถจัดระบบอัตโนมัติเพื่อการเก็บ เรียกใช้และประมวลผลสารนิเทศ
 

6. สามารถจำลองแบบระบบการวางแผนและทำนาย เพื่อทดลองกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น
 

7. อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสารนิเทศดีกว่าสมัยก่อน ทำให้ผู้ใช้สารนิเทศมี ทางเลือกที่ดีกว่า มีประสิทธิภาพกว่า และสามารถแข่งขันกับผู้อื่นได้ดีกว่า

 8. ลดอุปสรรคเกี่ยวกับเวลาและระยะทางระหว่างประเทศเทคโนโลยีสารนิเทศเบื้องต้นที่ควรนำมาใช้ในการดำเนินงานทั่วๆไป คือ

การใช้เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ในการจัดการข้อมูล

                ในบรรดาองค์ประกอบของเทคโนโลยีสารนิเทศทั้งหมด  คอมพิวเตอร์   นับว่ามีบทบาทมากที่สุดต่อการเป็น องค์ประกอบที่สำคัญ คอมพิวเตอร์เป็น  อุปกรณ์สื่อสารนิเทศที่มีบทบาทอย่างมากต่อสังคมสารนิเทศ คอมพิวเตอร์  เปลี่ยนแปลงสภาพการให้บริการสารนิเทศในห้องสมุดจากการเสียเวลา  สืบค้นสารนิเทศหลาย ๆ นาที หรือหลายชั่วโมงมาเป็นเสียเวลา เพียงไม่กี่วินาที คอมพิวเตอร์เปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ของคนในสังคม  เป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิตที่มีบทบาทยิ่งกว่าเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใด ๆ ที่มนุษย์ได้ผลิตขึ้นใช้ในโลกมาก่อน คนในสังคมสมัยสังคมสารนิเทศจะเห็น  พัฒนาการด้านนี้ได้อย่างเด่นชัด นับตั้งแต่มีการประดิษฐ์เครื่องคอมพิวเตอร์ ขึ้นใช้เป็นครั้งแรก คอมพิวเตอร์ไม่ใช่เพียงสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น   แต่กลับเป็นสิ่งที่คนในสังคมสารนิเทศ ต้องรู้จักและมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นอุปกรณ์และองค์ประกอบที่สำคัญของเทคโนโลยีสารนิเทศ  ที่บรรณารักษ์จะต้องนำมาใช้อยู่ตลอดเวลา เครื่องคอมพิวเตอร์ได้รับการพัฒนามาโดยลำดับ ตั้งแต่ยุคแรก (พ.ศ.  2487-2501) จนถึงยุคปัจจุบัน (พ.ศ. 2531 เป็นต้นมา) ได้มีการนำเครื่อง  คอมพิวเตอร์มาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เช่น งานจัดการเอกสารข้อมูลแบบ ต่าง ๆ งานระบบสารนิเทศเพื่อการจัดการและงานด้านระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System) เป็นต้น และจากการแข่งขัน  ในการผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์มีราคาถูก  และสามารถใช้กันอย่างแพร่หลาย  เป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นในสังคมสารนิเทศ ปัจจุบัน

 

ความหมายและบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ

ใบงานที่1

ความหมายและบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ

1.ช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  สังคมปัจจุบันเป็นสังคมที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา  จึงต้องนำเอาเทคโนโลยีระบบสื่อสารมาประยุกต์ใช้กับเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ  เช่น  ควบคุมการ เปิดปิดไฟฟ้าในบ้านผ่านโทรศพท์  ควบคุมระบบปรับอากาศ   ตรว จสอบหมายเลขเรียกเข้าของโทรศัพท์ภายในบ้าน  เป็นต้น

2.ช่วยทำให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคมเทคโนโลยีสารสนเทศที่กระจายไปทั่วทุกแห่งทำให้ทุกคนที่สนใจ มีโอกาสในการเรียนที่เทียมกัน เช่น ระบบการเรียนการสอนในทางไกล ระบบอินเทอร์เน็ตตำบล ช่วยให้เกษตรกรรู้ความเคลื่อนไหวของราคาผลผลิตในแต่ล่ะวัน

3.ประโยชน์ต่อการเรียนการสอนในโรงเรียน ระบบคอมพิวเตอร์มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายการศึกษาต่างๆ เช่น ระบบเครือข่ายของกระทรวงศึกษาธิการ ระบบเครือข่ายเนคเทด ทำให้ค้นหาข้อมูลต่างๆ ในการเรียนการสอนได้สะดวก และเกิดการเปลี่ยนแปลงความรู้และประสบการณ์กัน

4.ประโยนช์ต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรทางธรรมชาตฺหลายอย่าง เช่น ป่า เขา แม่น้ำ และทะเลถูกทำลายไปโดยฝีมือมนุษย์มากมาย ในการดูแลและบำรุงรักษาต้องใช้เทคโนโลยีการเก็บข้อมูล

5.ประโยชน์ต่อการป้องกันประเทศ อาวุธที่ใช่ในการทหารยุคใหม่ เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น เช่น จรวดที่สามารถวิ่งเข้าหาเป้าหมายได้อย่างอัตโนมัติ ระบบการเฝ้าระวังการถูกรุกรานที่ควบคุมการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

 

 

 

 

 

ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศ

การนำเทคโนโลยีสารนิเทศมาใช้กับสังคมสารนิเทศใน ปัจจุบันก่อให้เกิดการสื่อสารและการใช้ประโยชน์ จากสารนิเทศได้อย่างเต็มที่  และมีประสิทธิภาพ  ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารนิเทศมีดังต่อไปนี้ คือ

1. ช่วยให้ติดต่อสื่อสารระหว่างกันอย่างสะดวกรวดเร็ว โดยใช้โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์หรือในรูปของ สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ

2. ช่วยในการจัดระบบข่าวสารจำนวนมหาศาล ซึ่งผลิตออกมาในแต่ละวัน

3. ช่วยให้เก็บสารนิเทศไว้ในรูปที่สามารถเรียกใช้ได้ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างสะดวก

4. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสารนิเทศ เช่น ช่วยนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร ด้วยการช่วยคำนวณตัวเลขที่ยุ่งยาก ซับซ้อนซึ่งไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ด้วยมือ

 5. ช่วยให้สามารถจัดระบบอัตโนมัติเพื่อการเก็บ เรียกใช้และประมวลผลสารนิเทศ
 

6. สามารถจำลองแบบระบบการวางแผนและทำนาย เพื่อทดลองกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น
 

7. อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสารนิเทศดีกว่าสมัยก่อน ทำให้ผู้ใช้สารนิเทศมี ทางเลือกที่ดีกว่า มีประสิทธิภาพกว่า และสามารถแข่งขันกับผู้อื่นได้ดีกว่า

 8. ลดอุปสรรคเกี่ยวกับเวลาและระยะทางระหว่างประเทศเทคโนโลยีสารนิเทศเบื้องต้นที่ควรนำมาใช้ในการดำเนินงานทั่วๆไป คือ

การใช้เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ในการจัดการข้อมูล

                ในบรรดาองค์ประกอบของเทคโนโลยีสารนิเทศทั้งหมด  คอมพิวเตอร์   นับว่ามีบทบาทมากที่สุดต่อการเป็น องค์ประกอบที่สำคัญ คอมพิวเตอร์เป็น  อุปกรณ์สื่อสารนิเทศที่มีบทบาทอย่างมากต่อสังคมสารนิเทศ คอมพิวเตอร์  เปลี่ยนแปลงสภาพการให้บริการสารนิเทศในห้องสมุดจากการเสียเวลา  สืบค้นสารนิเทศหลาย ๆ นาที หรือหลายชั่วโมงมาเป็นเสียเวลา เพียงไม่กี่วินาที คอมพิวเตอร์เปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ของคนในสังคม  เป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิตที่มีบทบาทยิ่งกว่าเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใด ๆ ที่มนุษย์ได้ผลิตขึ้นใช้ในโลกมาก่อน คนในสังคมสมัยสังคมสารนิเทศจะเห็น  พัฒนาการด้านนี้ได้อย่างเด่นชัด นับตั้งแต่มีการประดิษฐ์เครื่องคอมพิวเตอร์ ขึ้นใช้เป็นครั้งแรก คอมพิวเตอร์ไม่ใช่เพียงสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น   แต่กลับเป็นสิ่งที่คนในสังคมสารนิเทศ ต้องรู้จักและมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นอุปกรณ์และองค์ประกอบที่สำคัญของเทคโนโลยีสารนิเทศ  ที่บรรณารักษ์จะต้องนำมาใช้อยู่ตลอดเวลา เครื่องคอมพิวเตอร์ได้รับการพัฒนามาโดยลำดับ ตั้งแต่ยุคแรก (พ.ศ.  2487-2501) จนถึงยุคปัจจุบัน (พ.ศ. 2531 เป็นต้นมา) ได้มีการนำเครื่อง  คอมพิวเตอร์มาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เช่น งานจัดการเอกสารข้อมูลแบบ ต่าง ๆ งานระบบสารนิเทศเพื่อการจัดการและงานด้านระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System) เป็นต้น และจากการแข่งขัน  ในการผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์มีราคาถูก  และสามารถใช้กันอย่างแพร่หลาย  เป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นในสังคมสารนิเทศ ปัจจุบัน